เดือนนี้เพื่อนของผมตายไปห้าคน!!

โพสต์เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน 2553 เวลา 05:27 | เข้าชม 63 ครั้ง


ทะยอยกันตาย,

คนใกล้ตัว เป็นเพื่อนสนิทมากๆ เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก .. ไปแล้ว สองคน,

เรียนมัธยมรุ่นเดียวกันอีกสองคน,

และ เพื่อนของเพื่อนมัธยม ที่เราถือว่าเป็นเพื่อนเราเหมือนกัน อีกหนึ่งคน

 

มันบอกอะไร?

มันบอกผมว่า.. " ไม่นานมึงก็ตาย, เผลอๆ..วันพรุ่งนี้เช้า มึงก็ไม่ได้เป็นคนอีกต่อไปแล้ว !! "

 

 

ผมไม่ได้กลัวตาย,

แต่ผมเสียดายที่ยังไม่ได้ทำสิ่งที่อยากอีกอย่างสองอย่างแค่นั้นเอง..

๑. ทำบ้านดินและมีสวนครัวอยู่รอบๆบ้าน

๒. ใช้ชีวิตอยู่ภาคใต้ของไทยซักปีสองปี ( เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตครบทุกภาค ซะที!)

 

สรุป..คงต้องรีบแล้วหละ !!!


แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • nuchote

    มรณานุสตินะ

    โพสเมื่อ 20 พ.ย. 53 เวลา 06:33
  • chammy22

    ดีใจที่ได้แวะมาอ่านครับพี่

    โพสเมื่อ 27 ก.ย. 53 เวลา 09:17
  • thelegendkohboy
    spras77

    เข้ามาอ่านอีกรอบ ตอนแรกตัดสินใจว่าจะไปนั่งดู That Sound Good ที่เพิ่งซื้อมาให้จบก่อน แต่ก็ขอเลือกมานั่งคุยด้วยสัก 10นาที แล้วค่อยไป สำหรับผมน่ะครับ ความตายไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่ก็ยังไม่อยากตาย เพราะยังไม่ถึงเวลา ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ แต่สิ่งสำคัญเกี่ยวกับความตาย คือ การจัดการเกี่ยวกับความตายทั้งก่อนและหลังจากตาย เพราะความตาย จะนำมาซึ่งความเศร้าโศกของคนรอบข้าง ตายไปแล้ว อย่าให้คนอื่นทุกข์ด้วย นี่คือปลายทางสุดท้าของความตายน่ะครับ ( สำหรับผม ) เอาเข้าจริงๆแล้วหากย้อนคิดกลับไปเราจะพบว่า ความตาย ก็แค่พิธีกรรมหนึ่งเล็กๆ คล้ายกับพิธีกรรมโกนจุก ปลงผม การจัดงานวันเกิด งานเลี้ยงฉลองได้เลื่อนขั้น และอื่นอีกมากมาย ที่เราถูกปลูกฝังโดยสังคมมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดจนถึงทุกวันนี้ว่า - ความตาย คือสิ่งที่น่ากลัว - ความตาย คือสิ่งที่โศกเศร้า - ความตาย คือสิ่งที่น่ารังเกียจ - ความตาย คือ ศูนย์รวมของจักรวาลความไม่ดีทั้งหลาย และเราก็ถูกตอกหมุดย้ำลงไปอีกรอบว่า ความตาย คือปลายทางของชีวิตและการแยกจากกัน!! จริงไหม? ที่ผ่านมาเราถูกกระบวนการต่างๆของสังคมและความเชื่อในวัฒนธรรมแบบของเราบอกว่าอย่างนั้น โดยเฉพาะเรา ซึ่งอยู่ในจุดศูนย์กลางของระบบสุขภาพของสังคม ที่เป็นกำลังพลที่สำคัญที่จะจัดการกับความตายให้อยู่หมัด และที่สำคัญถ้าทำได้ คือลดจำนวนคนตาย หรือทำให้ไม่มีการตาย คือความสำเร็ของคนในวิชาชีพเหล่านี้แบบพวกเรา มันยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า ความตาย กับ เรา มันเป็นขั้นสุดในการต่อสู้แล้ว ซึ่งมันได้พลอยทำให้เราและคนส่วนใหญ่ หลงลืมกันไปว่า " วันหนึ่งเราก็ต้องตาย " ดังนั้น ความตายจึงเป็นเรื่องง่ายๆ คล้ายกับการ " ไปเที่ยว " เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่ยากคือ การจัดการก่อนที่จะเดินทางและหลังจากได้เดินทางไปแล้ว เราจะทำอย่างไร ไม่ให้คนข้างหลังต้องมาเป้นทุกข์เพราะเรา จะบอกเค้าอย่างไร ว่า กรูไปสบายน่ะ ถงไปแล้ว กรูตกนรก กรูก็จะไปตกนรกแบบสบาย ดังนั้นไม่ต้องเศร้ามากนัก ทำชีวิตของคนที่อยู่ต่อไปให้สมบูร์เพื่อที่เวลาถึงคราวต้องตาย จะได้ไม่เสียดายว่า " ชิหายแล้ว ลืมทำ ......... ว่ะ แม่งจะตายแล้ว ยังไม่ได้ทำ .......... เลยว่ะ "

    น่าเอาประเด็นของตั้ม คุยกันยาวๆในวงของพวกเรานะ,

    จัดอีกทีได้ป่าว เอาตอนหนาวสุดสุดของเชียงคานเลย ;
    ให้งานเป็นประมาณว่า... " ใครว่าเชียงคานหนาว? "

    โพสเมื่อ 26 ก.ย. 53 เวลา 11:41
  • thelegendkohboy
    krichc

    วันนี้ ทำสถิติไปงานศพวันเดียวสามงาน เพิ่งกลับถึงบ้าน ทำให้นึกถึงมรณานุสติได้ตลอดเวลาที่นั่งฟังพระสวดในงาน

    นึกถึงเกาะบอยด้วยรึป่าว?

    โพสเมื่อ 26 ก.ย. 53 เวลา 11:36
  • thelegendkohboy
    1358v6

    ใน lost symbol พึ่งอ่านเจอเมื่อเช้าก้อบอกไว้ว่า "คนเราย่อมกลัวในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ" ผมตีความเองว่า ังนั้น คนเรากลัวความตายเพราะนเรายังไม่เข้าใจความตาย การผ่านวินาทีแห่งความเป็นและความตาย ยังสรุปไม่ได้ว่านั้นคือการเข้าใจความตาย

    "คนเราย่อมกลัวในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ"

    เข้าท่าจังเลยประโยคนี้อะ, ขอบคุณมากครับต้อ

    ตายคืออะไร?
    ความหมายอย่างแคบตามสาระของกระทู้นี้, ( ทำไมผมไม่ชอบใช้คำว่า"บริบท" ก็ไม่รู้เหมือนกัน..ผมเป็นประเภทที่พอได้ยินคำว่าบริบททีไร..รู้สึกว่าคำนี้เป็นคำที่กระแดะ ทุกทีเลย!!) ความตายคือการ "สิ้นชีวิต" หรือที่กฎหมายวางแนวทางไว้คือการหมดไปของทั้งสามระบบของร่างกาย คือ หายใจ หัวใจ และสมอง

    แต่ความหมายอย่างกว้าง มันคงหมายถึง "การสูญเสีย " ต่างหาก (มั๊ง!)




    ผมชอบคำพูดที่ต้อยกมา,
    ตอนอ่านเมื่อกี้ก็เกิดความคิดขึ้นมาถึงเรื่องการสูญเสีย..
    ..การที่พ่อผมเสียไปตั้งแต่ผมอยู่มัธยม
    ..การสูญเสียเงิน ทรัพย์สิน สิ่งของ,
    ..การสูญเสียสิ่งที่เรียกว่า "รัก"
    ..การสูญเสีย " ความหวัง "
    ..การสูญเสีย "ฯลฯ"

    ซึ่งหากถือว่าสิ่งเหล่านั้นที่ผมสูญเสีย มันคือการตาย...ผมก็ง่ายต่อการจัดการความรู้สึกกับการตายละ เพราะวินาทีนี้ผมเข้าใจการสูญเสีย และรับสภาพการสูญเสียเหล่านั้นอย่างไม่มีความอาลัยอาวรณ์มากมายเหมือนแต่ก่อนแล้ว
    " ตายแล้วก็แค่ตาย " !!




    มหาปราชญ์ เคยกล่าวไว้ว่า.." อนิจจัง "

    โพสเมื่อ 26 ก.ย. 53 เวลา 07:45
  • pharboy
    krichc

    วันนี้ ทำสถิติไปงานศพวันเดียวสามงาน เพิ่งกลับถึงบ้าน ทำให้นึกถึงมรณานุสติได้ตลอดเวลาที่นั่งฟังพระสวดในงาน

    เวลาที่เห็นภาพพวกนี้ บางครั้งผมก็หลอนนะ เราไม่กลัว แต่ความรู้สึกตอนนั้นมันกลับมา

    โพสเมื่อ 25 ก.ย. 53 เวลา 14:03
  • krichc

    วันนี้ ทำสถิติไปงานศพวันเดียวสามงาน เพิ่งกลับถึงบ้าน ทำให้นึกถึงมรณานุสติได้ตลอดเวลาที่นั่งฟังพระสวดในงาน

    โพสเมื่อ 25 ก.ย. 53 เวลา 09:31
  • 1358v6
    1358v6

    ใน lost symbol พึ่งอ่านเจอเมื่อเช้าก้อบอกไว้ว่า "คนเราย่อมกลัวในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ" ผมตีความเองว่า ังนั้น คนเรากลัวความตายเพราะนเรายังไม่เข้าใจความตาย การผ่านวินาทีแห่งความเป็นและความตาย ยังสรุปไม่ได้ว่านั้นคือการเข้าใจความตาย

    ซึ่งจะทำให้ชีวิตอยู่ห่างจากความประมาท เพราะความประมาท นำไปสู่ความตายได้ทุกเมื่อ แต่ผมก้อทำได้มั้ง ไม่ได้มั้ง

    โพสเมื่อ 25 ก.ย. 53 เวลา 00:53
  • 1358v6

    ใน lost symbol พึ่งอ่านเจอเมื่อเช้าก้อบอกไว้ว่า "คนเราย่อมกลัวในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ" ผมตีความเองว่า ังนั้น คนเรากลัวความตายเพราะนเรายังไม่เข้าใจความตาย การผ่านวินาทีแห่งความเป็นและความตาย ยังสรุปไม่ได้ว่านั้นคือการเข้าใจความตาย

    โพสเมื่อ 25 ก.ย. 53 เวลา 00:52
  • 1358v6

    ผมเคยถูกสอนว่าให้ระลึกถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก

    โพสเมื่อ 24 ก.ย. 53 เวลา 22:34
  • krichc

    ขับรถชนที่พักผู้โดยสารหนึ่งครั้ง รถพังแต่ตัวเองและครอบครัวไม่เป็นไร รถทัวร์คว่ำหนึ่งครั้ง ได้คลานออกมาจากรถ พร้อมบาดแผลกระจกบาดเล็กน้อยที่หัวเข่า หลังจากนั้น ก็ไม่เคยกลัวความตายอีกเลย :D

    โพสเมื่อ 24 ก.ย. 53 เวลา 21:06
  • thelegendkohboy
    pharboy

    ส่วนตัวผม เคยสัมผัสสิ่งที่ใกล้ตายที่สุดก็ตอนรถชน วันนี้คือกำไรชีวิตแล้ว ถ้าตายอีกครั้งก็พร้อม :)

    กอล์ฟน่าจะเป็นอารมณ์เดียวกับแม่ผม ที่ท่านพูดเสมอว่าไม่กลัวตายเลย จะตายตอนไหนก็ไม่ห่วง เพราะถือว่าชีวิตที่ผ่านมานั้นเพียงพอแล้ว มีลูกที่เรียนจบ มีงานทำ มีหลาน เหลน โหลน หลายคน (ผมนี่เป็นลูกคนสุดท้ายในลูกแปดคนของแม่ผม),
    ถ้าถามแม่ผมว่าอยากทำอะไรอีกในชีวิตนี้ แม่บอกว่าไม่อยากอะไรอีกละ ท่านพอแล้ว..
    ซึ่งท่านจะอธิบายเหตุผลความพอแล้วด้วยเหตุผลเดียวกับเมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว ในช่วงหลังจากท่านได้นั่งเครื่องบินไปเที่ยวเมืองนอกกับผม ( สรุปว่าการนั่งเครื่องบินไปเที่ยวเมืองนอก คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่แม่อยากทำ หรือไม่ได้อยาก แต่ก็เป็นเรื่องที่แม่พอใจที่ได้ทำแล้ว)



    อารมณ์ของการใกล้ตายของผมยังไม่เคยมีครับ,
    แต่คิดว่าเข้าใจได้!

    โพสเมื่อ 24 ก.ย. 53 เวลา 20:56
  • pharboy

    ส่วนตัวผม เคยสัมผัสสิ่งที่ใกล้ตายที่สุดก็ตอนรถชน วันนี้คือกำไรชีวิตแล้ว ถ้าตายอีกครั้งก็พร้อม :)

    โพสเมื่อ 24 ก.ย. 53 เวลา 15:36
  • 1358v6

    If it's not good, let's it die. If it's not die , let's it good. ให้เดาว่าเป็นคําพูดของใครครับ

    โพสเมื่อ 24 ก.ย. 53 เวลา 10:15
  • neeyaneeya

    สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม... มันเข้ากับชื่อบล็อกมั้ยเนี่ย

    โพสเมื่อ 24 ก.ย. 53 เวลา 07:33
  • krichc

    มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุสั้นกว่าที่คิดหรืออยากให้เป็น

    โพสเมื่อ 24 ก.ย. 53 เวลา 01:34
  • thelegendkohboy
    krichc

    if tomorrow never come ไปหามาฟังนะเพื่อน :)

    ขอบคุณครับ,
    รุ่นๆเราคงต้องฟังเวอร์เชิ่นนี้...เนอะ?

    http://video.google.com/googleplayer.swf?docid=-4144836036984721479&hl=th&fs=true" style="width: 200;height: 200;" allowfullscreen="true" type="application/x-shockwave-flash">


    Sometimes late at night
    I lie awake and watch her sleeping
    She's lost in peaceful dreams
    So I turn out the lights and lay there in the dark
    And the thought crosses my mind
    If I never wake up in the morning
    Would she ever doubt the way I feel
    About her in my heart

    If tomorrow never comes
    Will she know how much I loved her
    Did I try in every way
    To show her every day
    That she's my only one
    If my time on earth were through
    And she must face the world without me
    Is the love I gave her in the past
    Gonna be enough to last
    If tomorrow never comes

    'Cause I've lost loved ones in my life
    Who never knew how much I loved them
    Now I live with the regret
    That my true feelings for them never were revealed
    So I made a promise to myself
    To say each day how much she means to me
    And avoid that circumstance
    Where there's no second chance
    To tell her how I feel

    If tomorrow never comes
    Will she know how much I loved her
    Did I try in every way
    To show her every day
    That she's my only one
    If my time on earth were through
    And she must face the world without me
    Is the love I gave her in the past
    Gonna be enough to last
    If tomorrow never comes

    So tell that someone that you love
    Just what you're thinking of
    If tomorrow never comes

    โพสเมื่อ 23 ก.ย. 53 เวลา 23:50
  • spras77

    เข้ามาอ่านอีกรอบ ตอนแรกตัดสินใจว่าจะไปนั่งดู That Sound Good ที่เพิ่งซื้อมาให้จบก่อน แต่ก็ขอเลือกมานั่งคุยด้วยสัก 10นาที แล้วค่อยไป สำหรับผมน่ะครับ ความตายไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่ก็ยังไม่อยากตาย เพราะยังไม่ถึงเวลา ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ แต่สิ่งสำคัญเกี่ยวกับความตาย คือ การจัดการเกี่ยวกับความตายทั้งก่อนและหลังจากตาย เพราะความตาย จะนำมาซึ่งความเศร้าโศกของคนรอบข้าง ตายไปแล้ว อย่าให้คนอื่นทุกข์ด้วย นี่คือปลายทางสุดท้าของความตายน่ะครับ ( สำหรับผม ) เอาเข้าจริงๆแล้วหากย้อนคิดกลับไปเราจะพบว่า ความตาย ก็แค่พิธีกรรมหนึ่งเล็กๆ คล้ายกับพิธีกรรมโกนจุก ปลงผม การจัดงานวันเกิด งานเลี้ยงฉลองได้เลื่อนขั้น และอื่นอีกมากมาย ที่เราถูกปลูกฝังโดยสังคมมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดจนถึงทุกวันนี้ว่า - ความตาย คือสิ่งที่น่ากลัว - ความตาย คือสิ่งที่โศกเศร้า - ความตาย คือสิ่งที่น่ารังเกียจ - ความตาย คือ ศูนย์รวมของจักรวาลความไม่ดีทั้งหลาย และเราก็ถูกตอกหมุดย้ำลงไปอีกรอบว่า ความตาย คือปลายทางของชีวิตและการแยกจากกัน!! จริงไหม? ที่ผ่านมาเราถูกกระบวนการต่างๆของสังคมและความเชื่อในวัฒนธรรมแบบของเราบอกว่าอย่างนั้น โดยเฉพาะเรา ซึ่งอยู่ในจุดศูนย์กลางของระบบสุขภาพของสังคม ที่เป็นกำลังพลที่สำคัญที่จะจัดการกับความตายให้อยู่หมัด และที่สำคัญถ้าทำได้ คือลดจำนวนคนตาย หรือทำให้ไม่มีการตาย คือความสำเร็ของคนในวิชาชีพเหล่านี้แบบพวกเรา มันยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า ความตาย กับ เรา มันเป็นขั้นสุดในการต่อสู้แล้ว ซึ่งมันได้พลอยทำให้เราและคนส่วนใหญ่ หลงลืมกันไปว่า " วันหนึ่งเราก็ต้องตาย " ดังนั้น ความตายจึงเป็นเรื่องง่ายๆ คล้ายกับการ " ไปเที่ยว " เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่ยากคือ การจัดการก่อนที่จะเดินทางและหลังจากได้เดินทางไปแล้ว เราจะทำอย่างไร ไม่ให้คนข้างหลังต้องมาเป้นทุกข์เพราะเรา จะบอกเค้าอย่างไร ว่า กรูไปสบายน่ะ ถงไปแล้ว กรูตกนรก กรูก็จะไปตกนรกแบบสบาย ดังนั้นไม่ต้องเศร้ามากนัก ทำชีวิตของคนที่อยู่ต่อไปให้สมบูร์เพื่อที่เวลาถึงคราวต้องตาย จะได้ไม่เสียดายว่า " ชิหายแล้ว ลืมทำ ......... ว่ะ แม่งจะตายแล้ว ยังไม่ได้ทำ .......... เลยว่ะ "

    โพสเมื่อ 23 ก.ย. 53 เวลา 21:55
  • krichc

    if tomorrow never come ไปหามาฟังนะเพื่อน :)

    โพสเมื่อ 23 ก.ย. 53 เวลา 21:17
  • justshin

    ๕๕๕ คุณเกาะบอยเป็นเภสัชกรที่แปลกดีนะคะ
    ปกติคนเรียนทางนี้เค้าน่าจะรักษาสุขภาพกัน แต่กินเหล้า สูบบุหรี่ อิอิ
    แถมยังชอบวาดสีน้ำด้วย ^^
    ขอชื่นชมด้วยค่ะที่เลี้ยงลูกๆมาลำพัง แล้วพวกแกโตมาเป็นเด็กดีและฉลาด^__^

    โพสเมื่อ 23 ก.ย. 53 เวลา 08:10
  • thelegendkohboy

    บทส่งท้าย...


    ...ขอขอบคุณเพื่อนๆผู้ล่วงลับ..โดยเฉพาะเพรียวและจิ๋ม..ที่ทำให้ความคิดต่อโลกของเราหายดิบขึ้นอีก เยอะเลย!

    โพสเมื่อ 23 ก.ย. 53 เวลา 07:10
  • thelegendkohboy

    ในส่วนของสิ่งที่หวัง...

    ...ขอบันทึกไว้อย่างทะนงตนว่า..
    " ต่อไปนี้จะไม่หวังอะไรมากมาย,
    ความหวังนั้นมี แต่หากไม่สมหวัง จะไม่มีทางที่จะเสียใจ "




    โพสเมื่อ 23 ก.ย. 53 เวลา 07:07
  • thelegendkohboy

    หลังจากนี้ก่อนที่ตัวเองจะตาย, แนวทางที่จะทำ และสิ่งที่หวังอยากจะเป็น นั้นอย่างไร?...

    คำตอบคือ..ผมจะทำชีวิตที่เหลือให้ดีที่สุดในแบบของผม ภายใต้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด
    นั่นคือ..
    ..ไลฟ์สไตล์ยังคงเป็นเหมือนเดิม กินเหล้า สูบหรี่ บ้างตามที่ใจต้องการและไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
    ..เป็นเภสัชกรเถื่อนๆ พูดตรงๆ ไม่ตอแหล รักคนไข้เหมือนญาติ ทุ่มเทให้กับคนไข้ที่มาหาเราที่ร้านทุกครั้งอย่างสุดชีวิต เป็นเภสัชกรชุมชนที่มีคุณธรรม!
    ..อบรมสั่งสอนลูกทั้งสองให้เป็นคนเก่ง คนดี รักมนุษย์ ตามแนวทางเดิมที่เคยทำมา (ลูกๆของผมเป็น"เด็กดี และฉลาด เกินมาตรฐานเด็กอายุที่เท่ากับเค้าครับ)


    ...

    โพสเมื่อ 23 ก.ย. 53 เวลา 07:04
  • thelegendkohboy

    มีเรื่องอยากเล่าครับ,
    ได้เวลาเล่าละ ( เรื่องนี้ผมพิมพ์ในมัลฯ หลายครั้งแล้วหละ แต่ไม่กดโพสท์ ด้วยเหตุผลหลายประการ)


    เรื่องมีอยู่ว่า..
    ..ในปี ๕๓ นี้, ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงบัดนี้ ผมหยุดทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาแปดเดือนกว่าๆ!
    ผมใช้เวลาทั้งหมดในการหยุดพักครั้งนี้ ทำเรื่องหลักอยู่สามเรื่อง;
    ๑. เลี้ยงลูก
    ๒. เขียนสีน้ำ
    ๓. ศึกษาลมหายใจ (จากหนังสือเล่มเล็กๆของท่านติช)

    พอพักเสร็จ,
    เกิดความรู้สึกพอใจกับความเรียบง่ายของชีวิต , เกิดความขี้เกียจที่จะดิ้นรนเพื่อ"เงิน"ขึ้นมา , ได้พบความสุขใหม่ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากๆไปหาความสุขนั้น
    ( ถึงตอนนี้อยากบอกว่า..ไม่ใช่ผมไม่ชอบเงิน ไม่เห็นความสำคัญของเงินนะครับ เพราะผมยังต้องกลับไปที่เกาะช้าง หาเงินในหน้าไฮนี้ เพราะจะได้เงินมาเป็นทุนสำรองเลี้ยงตัวเองและครอบครัวและลูกๆที่ผมเลี้ยงเองมาคนเดียวตั้งแต่พวกเค้าเป็นเด็ก อยู่)


    (เล่าต่อครับ)..
    การได้หยุดพักเป็นเวลาแปดเดือนที่ผ่านมา ผมถือว่าเป็นรางวัลชีวิตที่สำคัญที่ผมได้รับ,
    ถึงตอนนี้ยังแอบภูมืใจกับตัวเองที่ชีวิตนี้ได้หยุดพักตอนที่อายุยังสี่สิบต้นๆ
    เป็นการหยุดพักในขณะที่มีความพร้อมทั้งเงิน แรง และเวลา ( ....หายากนะครับที่ใครจะตัดใจทำได้ คนส่วนใหญ่จะพักก็ต่อเมื่อเกษียณ หรือหยุดงานเมื่ออายุประมาณหกสิบปีโน่นแหละ)




    ...

    โพสเมื่อ 23 ก.ย. 53 เวลา 06:56
  • thelegendkohboy
    justshin

    อย่าฆ่าตัวตายเลยค่ะ ลูกหลานจะเดสียใจมากๆน้า
    หนูยังคิดเล่นๆอยู่ว่า หนูไม่ตายด้วยเบาหวานความดัน ก็มะเร็ง
    คือทางแม่มีเชื้อเป็นเบาหวานความดัน โรคประสาท
    ส่วนทางป๊าเป้นมะเร็งกันเกือบทุกคน คุยกะพี่สาวว่า แบ่งๆกันไปนะ ถ้าเจ๋มะเร็ง หนูก็เบาหวาน ๕๕๕๕

    แค่มะเร็ง,
    ถ้ารู้ตัวแต่เนิ่นๆว่าเป็น .. รักษาหายครับ

    พี่ชายผมเป็นมะเร็งตับพร้อมกับยอดรัก และอภิชาติ
    แกโดนผ่าตัดเป็นสิบครั้งแล้วมั๊ง , อวัยวะภายในเหลือไม่เท่าไหร่, รอบตัวมีแต่รอยแผลผ่าตัด บางรอยแผล มีแผลเป็นต่อกันเป็นสองสามฟุต!
    แต่ด้วยความที่แกใจสู้ ทดความทุกข์ทรมานจากการรักษา ไม่ว่าจะเป็นผ่าตัด หรือคีโมฯ แกทนได้ ( แกบอกว่า ไอ้พวกที่ตายเร็วๆ คือพวกถอดใจ ทนทรมานไม่ได้)
    สำคัญที่สุดคือ แกทำตามที่หมอแนะนำอย่างดีที่สุด,

    ผลปรากฏว่า..เมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมแวะไปเยี่ยม แกบอกผมว่า.." พี่พร้อมที่จะกลับไปตีกอล์ฟอีกครั้งแล้วหละ!"

    โพสเมื่อ 23 ก.ย. 53 เวลา 06:22
เดือนนี้เพื่อนของผมตายไปห้าคน!!
โพสต์เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน 2553
เวลา 05:27
เข้าชม 63 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/pCOYwq